Miss Lily News & Activities

News & Activities > 21-06-2010

พลิกมิติธุรกิจ... มิสลิลลี่ จาก Online Flower E-commerce เป็น Department Store E-commerce

       ๐ เมื่อความได้เปรียบที่เคยมีกำลังจะลดน้อยถอยลง
       
       ๐เรวัต่มจุดแข็งให้ธุรกิจจึงเป็นสิ่งสำคัญ
       
       ๐ "มิสลิลลี่" เร่งเครื่องพัฒนา 3 ระบบ ต่อยอดอีคอมเมิร์ซ
       
       ๐ ชี้ทางแก้ปัญหาบุคลากรด้วยการบริหารแนวพุทธ
       

       ในช่วงวิกฤติต้นยำกุ้งในปี 2540 หลังจากขายกิจการรับดูแลและซ่อมแซมลิฟท์ไปให้กับบริษัทต่างชาติที่เข้ามาซื้อกิจการไปทำต่อเพราะต้องการฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่ ทำให้ "เรวัติ จินดาพล" มองหาธุรกิจใหม่ และพบว่าธุรกิจจัด-ส่งดอกไม้ออนไลน์มีความน่าสนใจ เพราะเป็นธุรกิจที่มีโอกาสดี เนื่องจากมีช่องว่างในการทำตลาดและมีมาร์จิ้นสูงสามารถสร้างกำไรได้มาก

   

เรวัตจจัด-ส่งดอกไม้ออนไลน์โดยเว็บไซต์ www.misslily.com จึงเกิดขึ้น และกลายเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักและยอมรับของลูกค้าได้อย่างดีมากว่า 12 ปี
       
       ๐เรวัตดแบบหนึ่งบวกหนึ่งมากกว่าสอง
       
       อย่างไรก็ตาม ด้วยความคิดว่าการหยุดนิ่งจะทำให้จุดเด่นและความแตกต่างในธุรกิจลดลงไปได้เรื่อยๆ เนื่องจากอาจจะมีผู้ประกอบการรายอื่นๆ ไล่ตามทัน ล่าสุด จึงเพิ่มจุดแข็งในะรกิจให้มากขึ้นด้วยการปรับปรุงระบบต่างๆ ที่สำคัญ ซึ่งในธุรกิจ Online Flower E-commerce มีระบบที่ต้องให้ความสำคัญ 3 จุด คือ ระบบโลจิสติก ระบบคอลเซ็นเตอร์ และระบบชำระเงิน ซึ่งเมื่อพัฒนาจุดแข็งให้ดีขึ้นแล้วจึงใช้เป็นโอกาสและความได้เปรียบในการขยายธุรกิจ สู่การเป็น Department Store E-commerce
       
       เรวัติ จินดาพล เจ้าของธุรกิจจัด-ส่งดอกไม้ออนไลน์โดยเว็บไซต์ www.misslily.com บอกว่า การขยายธุรกิจแบบนี้เป็นการ synergy หรือหนึ่งบวกหนึ่งมากกว่าสอง ด้วยการเอาความได้เปรียบของเรื่องหนึ่งมาใช้กับอีกเรื่องหนึ่ง คือความสามารถ "ส่งตรงจากรุงเทพฯ ได้ทั่วไทย" ที่แปลว่าเมื่อมีระบบโลจิสติก คอลเซ็นเตอร์ และฐานข้อมูลลูกค้าก็สามารถ "เพิ่มสินค้า" กลายเป็นการขยายไลน์สินค้าใหม่ที่มีความได้เปรียบจากระบบออนไลน์เข้าไปในธุรกิจเดิมคือธุรกิจดอกไม้ออนไลน์ ในขณะที่ผู้ประกอบการหลายรายไม่ได้พัฒนาจุดแข็งที่มีอยู่และนำมาใช้ให้เป็นข้อได้เปรียบ แต่หันไปทำธุรกิจใหม่เมื่อธุรกิจเดิมอ่อนแอลง
       
       เพราะฉะนั้น แม้ว่าธุรกิจรับจัดและส่งดอกไม้ออนไลน์ของมิสลิลลี่จะยังมีบทบาทเป็นตัวกลางในการส่งดอกไม้จากลูกค้าไปถึงจุดหมายทั่วประเทศไทยอย่างรวดเร็ว เพราะร้านดอกไม้เล็กๆ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่เคยเป็นร้านเครือข่ายของมิสลิลลี่ยังขาดความรู้ด้านเทคโนโลยีและยังไม่มีเว็บไซต์ของตนเองทำให้ยากในการติดต่อ
       
       แต่อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตร้านดอกไม้ท้องถิ่นเหล่านั้นมีเว็บไซต์เป็นของตนเองหรือใช้อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางในการทำธุรกิจ ทำให้มิสลิลลี่ต้องเตรียมความพร้อมและมองในเชิงรุก ด้วยการปรับตัวยกเลิกการใช้ร้านดอกไม้เครือข่ายในท้องถิ่นเพราะเริ่มกลายเป็นคู่แข่งมากกว่าคู่ค้าและบางครั้งมีปัญหาด้านคุณภาพอีกด้วย จึงหันมาใช้การส่งตรงจากกรุงเทพฯ เพื่อให้ได้คุณภาพมาตรฐานตามต้องการ พร้อมไปกับการสร้างความโดดเด่นในตัวสินค้าคือประเภทของดอกไม้ที่มีให้เลือกมากกว่า และรูปแบบการจัดที่แตกต่าง
       
       ๐ ปรับ 3 ระบบเพิ่มจุดแข็ง
       
       เพื่อลดจุดอ่อนจากการแข่งขันกับร้านดอกไม้ท้องถิ่น และเพิ่มความรวดเร็วในการส่ง เขาจึงปรับ "ระบบโลจิสติก" ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วยการสร้างตัวแทนในท้องถิ่นประมาณ 1,000 คน อยู่ทุกอำเภอทั่วประเทศไทย บางอำเภอมีมากกว่า 1 ราย เพื่อให้ทดแทนกันได้ โดยส่วนมากเป็นเจ้าของธุรกิจ เช่น ร้านขายโทรศัพท์มือถือ ร้านขายทอง ฯลฯ ซึ่งแม้ว่าจะไม่สร้างรายได้ให้มากมาย แต่เพราะมองว่าเป็นโอกาสดีๆเรวัตจของเขาในการเพิ่มความสัมพันธ์กับลูกค้าเก่า หรือหาลูกค้าใหม่ๆ เช่น บางครั้งจุดหมายคือการส่งดอกไม้ให้กับนายอำเภอหรือผู้กำกับสถานีตำรวจคนใหม่ และเพราะยังได้สิทธิ์ในการได้ดอกไม้ 2 ช่อส่งที่ไหนก็ได้ทั่วประเทศ
       
       เรวัติ ย้ำว่า ข้อดีอีกอย่างคือสามารถติดตามได้จริงด้วยการใช้โทรศัพท์มือถือเรวัตธีง่ายๆ แต่ได้ผล ในขณะที่บริการแบบนี้ไม่มีใครทำให้ได้ แต่เราทำได้ ถือเป็นการส่งความสุข และเมื่อเราทำของสดทำได้ ของแห้งก็ต้องทำได้สบายเรวัตจนี้จึงมี core value อยู่ที่ความรวดเร็วและความประทับใจ เพราะเป็นการให้แบบพิเศษ
       
       สำหรับ "ระบบคอลเซ็นเตอร์" ซึ่งเดิมมองว่าเป็นการบริการลูกค้าอย่างเดียวเท่านั้น แต่ในตอนนี้มองไปในอนาคตจะเห็นว่าสามารถใช้เป็นหัวหอกหรืออาวุธในการรุกธุรกิจและเพิ่มยอดขาย เพราะเมื่อคิดจากต้นทุนของคอลเซ็นเตอร์ที่ต่ำกว่าการโฆษณาอย่างมาก ขณะเดียวกัน ยังใช้เป็นฝ่ายขายที่รองรับสินค้าอื่นๆ จากความชำนาญในการสื่อสารผ่านโทรศัพท์ที่มีอยู่แล้ว จะเพิ่มความสามารถในการขายได้อีก
       
       ส่วน "ระบบการชำระเงิน" เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นมากขึ้นจะมีการนำระบบ pay pal มาใช้ เป็น payment gateway โดยเฉพาะกับลูกค้าต่างประเทศที่ไม่กล้าใช้บัตรเครดิต ซึ่งจะทำให้เกิดความสะดวกและตัดสินใจในการใช้บริการได้ง่ายขึ้น
       ๐ ตีโจทย์สินค้าใหม่
       
       ในการปรับเปลี่ยนจาก Online Flower E-commerce เป็น Department Store E-commerce สิ่งแรกที่ทำคือเรื่องของฐานข้อมูล การออกแบบเว็บไซต์ใหม่ทั้งหมด และการเพิ่มสินค้าใหม่ โดยได้เริ่มมาประมาณ 1 ปีแล้ว สำหรับสินค้าแรกที่ปรับเพิ่มเข้าไปคือผลไม้สด เพราะใช้จุดแข็งในเรื่องของความสามารถในการส่งของสดได้อย่างรวดเร็วแบบวันรุ่งขึ้นถึงที่หมาย ในขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่นๆ ต้องอาศัยบริษัทขนส่งหรือไปรษณีย์ไทย แต่มิสลิลลี่ใช้รถโดยสารปรับอากาศธรรมดาซึ่งมีความสะดวกมากกว่า
       
       จากนั้น จึงร่วมกับแบรนด์ซุปไก่เรวัต่มทางเลือกให้หลากหลายขึ้น ในขณะที่ แบรนด์เป็นสินค้าที่ไปได้กับดอกไม้ เมื่อนำมาเพิ่มมูลค่าด้วยการนำมาบรรจุใหม่โดยใช้บรรจุภัณฑ์ที่ช่วยยกภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้สูงขึ้น ทำให้สามารถขายได้ในราคาสูงถึง 3,500 บาท เมื่อนำมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ทำให้มีจุดขายเพิ่ม แทนที่จะขายในราคา 400-500 บาทตามปกติเมื่อซื้อจากร้านหรือซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป
       
       "โจทย์คือถ้าสินค้าของคนอื่นมาอยู่ในเว็บไซต์ของเรา สินค้านั้นจะมีความได้เปรียบหรือเข้าไปอุดช่องว่างที่มีอยู่ของสินค้านั้นได้อย่างไร เช่น ช่วยเพิ่มช่องทางขายและเพิ่มมูลค่าที่ต่างจากเดิม หรือการไม่สามารถจัดส่งครั้งละน้อยๆ เป็นของที่หายาก ของราคาสูง ส่วนสินค้าของเราเองต้องมีช่องว่างทางการตลาดและมีโอกาสจะอยู่ในอันดับหนึ่ง เช่น เนื้อปูม้าสุก"
       
       สำหรับสินค้าแรกที่กำลังทดลองอยู่คือเนื้อปูม้าสุกแช่แข็ง คุณภาพดี โดยจะแยกเป็นแพ๊กเล็กๆ 100 กรัม ราคาประมาณ 100 บาท เพราะหากซื้อในตลาดแม้ราคาไม่สูงคือประมาณกิโลกรัมละ 600 บาท แต่คุณภาพต่ำ หรือซื้อได้ในซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งแต่ราคาสูงถึงกิโลกรัมละประมาณ 2,000 บาท
       
       นอกจากนี้ ยังเจรจากับซัพพลายเออร์หลายรายด้วยการเจาะลึกในหมวดนั้นๆ และมีความหลากหลาย เช่น ในหมวดอาหารแช่แข็งกำลังพิจารณาปลาทูน่าคุณภาพสูง และสินค้าที่มีโอกาสทำตลาดที่แตกต่างจากเดิม เช่น ข้าวกล้อง ซึ่งต้นทุนการผลิตต่ำกว่าข้าวขาว แต่ปัจจุบันราคาขายปลีกสูงกว่าข้าวขาว จึงคิดจะทำตลาดใหม่ด้วยการขายข้าวกล้องในราคาต่ำกว่าข้าวขาว และให้กำไรไปอยู่ที่ชาวนามากขึ้น
       
       "เป้าหมายหรือความสำเร็จในตอนแรกอยู่ที่ประสิทธิภาพในการให้บริการก่อน เพราะถ้าลูกค้าต่อว่ามากๆ ถึงจะมียอดขายมากๆ ในตอนแรก แต่ต่อไปไม่รอดแน่ แต่ถ้าลูกค้าพอใจ ขอให้เชื่อถือและไว้ใจ ยอดขายจะตามมาเอง"
       เรวัติทิ้งท้ายถึงเป้าหมายในการปรับตัวของธุรกิจจัด-ส่งดอกไม้ออนไลน์
       
       บริหารแนวพุทธ ปลดล๊อกธุรกิจ
       
       ๐ ยึดหลักธรรมะจัดการ
       
       แม้ว่าจะเข้าใจศาสนาพุทธมานานแล้ว แต่ช่วงประมาณ 3-4 ปีที่ผ่านมา เมื่อพนักงานหมุนเวียนเข้า-ออกสูง ซึ่งไม่ใช่แค่นักศึกษาที่เรียนจบมาใหม่ๆ เท่านั้น แต่รวมทั้งคนที่ทำงานมานานแล้วด้วย ถึงแม้จะมีพนักงานไม่มากประมาณ 40 คน แต่เพราะเรวัติมองว่า ปัญหาเรื่องคนเป็นปัญหาสำคัญ จึงพยายามหาทางแก้ไขและสุดท้ายพบว่าถ้าสามารถทำให้คนในองค์กรมีปรัชญาชีวิตเหมือนกัน จะทำให้องค์กรเดินไปในแนวทางเดียวกัน และปรัชญาที่อยู่ในศาสนาพุทธซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนคุ้นเคยสามารถนำมากำหนดเป้าหมายชีวิตให้เห็น ด้วยการตั้งคำถามง่ายๆเรวัตดมาในชีวิตต้องการอะไร? ในที่สุดคำตอบที่ทุกคนบอกเหมือนกันมี 2 อย่างคือ 1.เกิดมาเพื่อใช้กรรม และ2.เกิดมาเพื่อสร้างความดีจะได้เอาบุญกลับไปในตอนตาย
       
       จึงคิดว่าทำไมไม่เอาเป้าหมายชีวิตทั้งสองข้อมาเป็นเป้าหมายในแต่ละวันที่ทำงาน? ทำไมต้องพูดเรื่องสร้างบุญหลังจากเวลางานและจะทำบุญในตอนทำงานได้อย่างไร? ทำไมต้องคิดว่ามากอบโกย ไม่คิดว่ามาให้? เพราะฉะนั้น จึงบอกพนักงานว่ามาทำงานไม่จากการมาโกยบุญ มาทำงานเหมือนมาวัด มาแล้วมีความสุขเพราะมาทำบุญหรือเพื่อคลายทุกข์ เช่น ไปช่วยล้างจาน ทำกับข้าว ทำเสร็จไม่เคยขอค่าแรงจากเจ้าอาวาสเลย เป็นการให้อย่างมีความสุข ไม่เคยต่อรอง เช่นเดียวกัน การมาทำงานที่บริษัทวันไหนเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับวันนั้นได้บุญ
       
       ผลลัพธ์ที่ได้คือการหมุนเวียนเข้า-ออกของพนักงานลดลงอย่างรวดเร็ว และถ้าคนไหนปรับตัวไม่ได้จะออกไปตั้งแต่แรก เพราะเมื่อทุกคนคิดว่าเกิดมาเพื่อเอาบุญกลับไป จะสามารถกระตุ้นตัวเองได้ตลอด ไม่ต้องกระตุ้นด้วยรางวัล และเมื่อทุกคนคิดเหมือนกันเป็นผู้ให้ก็จะตอบแทนด้วยการทำบุญให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในที่สุดจะเห็นการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยความเต็มใจและรับผิดชอบ เอาใจใส่ต่อหน้าที่มากขึ้น และปัญหาการต่อว่าจากลูกค้าลดลง
       
       ๐ ปฏิบัติด้วย 3 เรื่องง่ายๆ
       
       สำหรับวิธีปฏิบัติที่ใช้อย่างได้ผลเป็นเรื่องง่ายๆ คือการเข้าใจในเรื่อง "ทาน-ศีล-ภาวนา" ในเรื่องของทาน เมื่อไม่มีเงินก็สามารถให้ด้วยแรง ศีลคือการรักษาศีลในทุกๆ ครั้ง เช่น ไม่พูดปด หลอกลวง ภาวนาคือการรู้จักทำจิตใจให้นิ่งสงบ รู้จักนั่งสมาธิแล้วจะไม่หลงๆ ลืมๆ เมื่อทำทั้งสามอย่างนี้ได้ทำให้ชีวิตเป็นเรื่องง่ายๆ จากเมื่อก่อนที่เคยวิ่งตามเงาตัวเองในน้ำตลอดเวลา เพราะฝันอยากมีเงินเดือนมากขึ้น ถึงจะย้ายงานยังไม่มีความสุข เพราะต้องเจอแรงกดดัน เพราะทุกครั้งคิดเป็นเงินหมด แต่เมื่อเปลี่ยนจากคิดว่าเสียเปรียบมาเป็นได้รับ ทำให้จิตใจเปลี่ยนมีความรู้สึกดีขึ้น
       
       เมื่อสิ่งที่สอนในศาสนาเป็นของแท้ทำไมไม่นำมาใช้ เช่น ทุกครั้งที่โทรศัพท์ไปหาลูกค้าคิดว่ากำลังทำให้ลูกค้ามีความสุข เพราะกำลังไปให้บริการ ไปรับใช้ ไปให้ ไม่ใช่พยายามกดดันลูกค้า และเมื่อสร้างรายได้ให้กับบริษัท ทุกครั้งที่เหนื่อยกลับมาเป็นการทำเพื่อคนอื่น ส่วนที่เหลือเท่าไรเป็นของเรา และแทนที่จะเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นทุน ทำไมไม่เปลี่ยนสินทรัพย์เป็นบุญ เพราะบุญเก็บไว้ในตู้เอทีเอ็มบนสวรรค์ ไม่มีใครแย่งไปได้ เมื่อตายไปหรือตอนมีชีวิตอยู่ในยามฉุกเฉิน บุญเหล่านี้จะช่วยให้พ้นวิกฤตได้ ชีวิตจะมีแต่ความสุข
       
       ในส่วนของบริษัทหรือองค์กรต้องมีการจัดกิจกรรม เช่น ทำอาหารเลี้ยงวันละ 2 มื้อ เพื่อให้เห็นว่าเมื่อเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ค่าครองชีพสูงขึ้น บริษัทฯเรวัตดช่วยพนักงานลดค่าใช้จ่าย โดยไม่ได้คิดว่าเป็นสวัดิการ แต่เป็นการช่วยเหลือกัน เป็นเรื่องของน้ำใจ และบางครั้งผู้นำหรือเจ้านายลงมือทำให้ด้วยตัวเอง เป็นสิ่งที่แสดงออกให้พนักงานรู้
       
       เพราะฉะนั้น เมื่อเข้าใจเป้าหมายชีวิตเรื่องเงินจึงเป็นตัวรอง การช่วยเหลือผู้อื่นเป็นตัวหลัก สิ่งแรกที่จะได้จากการทำดีคือการชื่นชมจากผู้ร่วมงานเป็นสิ่งที่มีค่า และถ้าเจ้านายมีจิตใจดีต้องรู้จักให้กลับคืน หรือเมื่อทำดีทำบุญไว้มากเมื่อวันที่ต้องออกไป ไม่ต้องห่วงจะถูกต่อว่าว่าเนรคุณ เพราะให้บริษัทมามากเพียงพอ และบุญที่ทำมาเมื่อเจ้านายไม่ได้ตอบแทน เมื่อมีคนอื่นมาหยิบยื่นให้แทนจึงเป็นบุญที่สะสมไว้ เพราะไม่มีใครสามารถแย่งบุญไปได้ และบุญสามารถแปลงเป็นเงิน ความอยู่ดีกินดี และความโชคดีในหน้าที่การงาน
       
       สิ่งที่ทำมาทั้งหมดนี้ในฐานะผู้นำหรือผู้บริหารเป็นการบริหารแนวพุทธหรือเรียกว่าธรรมะจัดการ ซึ่งผลตอบแทนที่พนักงานได้รับเรียกได้ว่าธรรมะจัดสรรเรวัตสูจน์มาแล้วอย่างได้ผล หลังจากที่เคยเป็นปัญหาใหญ่ที่แก้ไม่ตกมานาน และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้องค์กรสามารถพลิกมิติในการขยายธุรกิจ
 
ที่มา : ผู้จัดการรายสัปดาห์ 360 องศา
 

Miss Lily Flowers is the leading online florist and the first internet flower shop in Thailand. We can send flowers to thailand everywhere within 24 hours. No matter where you want to send: send flowers to Bangkok, send flowers to Phuket, send flowers to Pattaya, send flowers to Samui, send flowers to Chiangmai, send flowers to Udon Thani, send flowers to Nakorn Ratchasima (Koraj), send flowers to Cha-am, send flowers to Huahin, send flowers to Rayong, or send flowers to Chonburi, we can ensure to you that we deliver to your recipient within 24 hours. We send flowers from Miss Lily Flowers Office in Bangkok by buses, vans, ships, or even planes, which are then transferred to over 1,000 local flowers delivery agents throughout Thailand. Every fresh flowers we sent to customer will remain fresh for a considerably long time if the recipients taken care of flowers Well.


Miss Lily Flowers doesn't have outlet. But you can order flowers online or order flowers by phone using our call center +662-970-8000 which is open 24 hours every days. You can call our call center to ask anything about flowers, for example, meaning of flowers, how to take care of flowers, or ask how to use flowers in various occasions, such as flowers for wedding, flowers for congratulations, flowers for say sorry, flowers for valentine, flowers for mother day, flowers for celebration, or flowers for season's greetings. Our florists are expert in flower care & treatment and we can arrange luxury, neatly flower bouquets, flower baskets, flower vases, as well as fruit baskets, and gift baskets. All of our products are under the same highest standard and we can guarantee 100% satisfaction.


For more information about deliver flowers to thailand, please see our FAQ or call Miss Lily Call Center +662-970-8000. We are happy to serve you 24 hours everyday.