Miss Lily News & Activities

ข่าวและกิจกรรม > บริจาคปัจจัย ณ วัดป่าวิปัสสนาทรงธรรม

5 กันยายน 2554 คุณเรวัต จินดาพล กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิส ลิลลี่ ฟลาวเวอร์ จำกัด พร้อมทั้ง อาจารย์ศักดิ์ชัย เจริญศิริพรกุล อาจารย์ประจำสาขาวิชา และ อาจารย์ณัฐสมล ธนกูลรังสฤษดิ์ ผู้ช่วยคณบดี วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมถวายปัจจัยแด่ พระอาจารย์จันทร์เพ็ญ ขันติโก เจ้าอาวาสวัดป่าวิปัสสนาทรงธรรม บ้านหนองเซียงซุย ตำบลป่าหวายนั่ง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น เพื่อนำไปพัฒนาถนนคอนกรีตทางเข้าวัดซึ่งปัจจุบันชำรุดทรุดโทรม

 

ปัจจัยดังกล่าว เป็นค่าวิทยากรพิเศษของคุณเรวัต จินดาพล เงินส่วนตัวของคุณเรวัต และเงินบริจาคทำบุญจากอาจารย์และนักศึกษา MBA วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งได้รวบรวมหลังจบการบรรยายของคุณเรวัต เพื่อเป็นตัวอย่างและฝึกการให้ทานของนักศึกษา

 

ในโอกาสนี้ พระอาจารย์จันทร์เพ็ญ ได้แสดงธรรมเทศนา ถึงเป้าหมายชีวิตของคนเรา ตอบคำถามว่า คนเราเกิดมาทำไม เกิดมาเมื่อไร ตายแล้วไปไหน จะเกิดอีกหรือไม่ ถ้าเกิดอีกจะเกิดอีกกี่ชาติ ซึ่งสามารถเลือกกำหนดได้ทั้งหมด ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการบำเพ็ญบุญบารมี คือทาน ศีล ภาวนา ซึ่งคุณเรวัต และพนักงานบริษัท มิส ลิลลี่ ทุกคน ได้ยึดถือเป็นหลักการบริหารและการทำงานมาโดยตลอด

 

คุณเรวัตสนทนาธรรมกับพระอาจารย์จันทร์เพ็ญ
คุณเรวัตสนทนาธรรมกับพระอาจารย์จันทร์เพ็ญ
 
ลานพระเจ้า 5 พระองค์ วัดป่าวิปัสสนาทรงธรรม
ลานพระเจ้า 5 พระองค์ วัดป่าวิปัสสนาทรงธรรม
 
กุฏิพระอาจารย์จันทร์เพ็ญ
กุฏิพระอาจารย์จันทร์เพ็ญ (หลังเล็กๆด้านซ้ายมือในรูป)
ขนาดเท่ากับครั้งสมัยพุทธกาล
จะเห็นว่าพระอาจารย์ท่านอยู่อย่างสมถะมาก
 
 

 

ประวัติพระอาจารย์จันทร์เพ็ญ ขันติโก และประวัติวัดป่าวิปัสสนาทรงธรรม

พระอาจารย์จันทร์เพ็ญ ขันติโก พระวิปัสสนาจารย์ พระนักพัฒนา พระผู้มีแต่ให้

พระอาจารย์จันทร์เพ็ญ ขันติโก เกิดเมื่อวันที่ 15 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 พ.ศ. 2503 อุปสมบทเมื่ออายุ 24 ปี วันที่ 7 กรกฏาคม พ.ศ.2527 ที่ วัดเกาะแก้ว ต.หนองบัว อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น โดยมีพระครูญาณสารโกวิท อดีตเจ้าคณะอำเภอบ้านฝาง เป็นพระอุปัชฌาย์

 

หลังจากบวชแล้วญาติโยมได้นิมนต์ให้ท่านไปจำพรรษาที่วัดบ้านหนองบัวเงิน อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี แต่ท่านได้ตั้งปณิธานไว้ก่อนบวชว่าจะธุดงค์เพื่อเจริญภาวนาตามแนวทางสายพระป่า วิปัสสนากรรมฐาน ท่านได้ออกธุดงค์ไปเรื่อยๆจนถึงประเทศลาว เรียนวิชากรรมฐานกับหลวงปู่จอมมณี ประเทศลาว อยู่ 28 วัน หลวงปู่บอกว่า ให้ไปที่จังหวัดเลยเด้อไปหาหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ท่านเก่งเรื่องกรรมฐาน ไปแล้วเจ้าจะได้กระจ่างแจ้งเห็นจริงในสิ่งที่ประสงค์

 

หลังจากนั้น ท่านก็เดินทางไปกราบรับฟังธรรมกับหลวงปู่ชอบ ฐานสโม และหลวงปู่ได้เทศน์เรื่อง ไตรสรณคมน์หรือศีล 5 ซึ่งดูเผินๆ เหมือนเป็นหญ้าปากคอก แต่ท่านว่านี่แหละคือ รากฐานของการบำเพ็ญเพียรภาวนาถ้าไม่มีฐานไม่มีศีลรองรับ ก็ยากจะดำเนินความเพียรได้ เพราะ อาทิ สีลํ ปติฎฺฐา จ กลฺยาณญฺจ มาตฺกํ ปมุขํ สพฺพธมฺมานํ ตสฺมา สีลํ วิโสธเย ศีลเป็นที่พึ่งเบื้องต้น เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย เป็นประมุขของธรรมทั่วไป เพราะฉะนั้นความชำระศีลให้บริสุทธิ์ หลวงปู่จะเทศน์ เป็นวลีสั้นๆ ประโยคสั้นๆ แต่ก็เป็นธรรมที่ลึกซึ้ง ถ้าปฏิบัติได้ ปฏิบัติจริง ปฏิบัติถูก ปฏิบัติตรง ปฏิบัติชอบ และพิจารณาได้ พิจารณาจริง พิจารณาถูก พิจารณาตรง พิจารณาชอบ...แน่นอน มรรคผลนั้นคงอยู่แค่เอื้อมนั่นเอง

 

เทศน์ที่สั้นที่สุด วาง พิจารณาตน วางตัวเจ้าของ จิตตะในอิทธิบาท 5 เอาใจใส่ มรณานุสฺสติ ให้พิจารณาความตาย... นั่งก็ตาย นอนก็ตาย ยืนก็ตาย เดินก็ตาย หลังจากรับฟังธรรมกับหลวงปู่ชอบ ฐานสโม แล้วท่านก็ได้ธุดงค์ไปทั่วประเทศไทย เพื่อหาคำตอบว่า

 

"คนเราเกิดมาทำไม เกิดมาเมื่อไร ตายแล้วไปไหน จะเกิดอีกหรือไม่ ถ้าเกิดอีกจะเกิดอีกกี่ชาติ"

 

เดินธุดงค์กว่า 14 ปี จนได้พบกับพระครูปภัศรคุณ (หลวงปู่ญาท่าน) วัดป่าสามัคคีศิริพัฒนา ต.โพธิ์ชัย อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ศิษย์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ความสงสัยเหล่านั้นจึงหมดลง ด้วยคำสอนของพ่อแม่ครูอาจารย์ สายกรรมฐาน ท่านจึงได้มุ่งปฏิบัติกรรมฐานเรื่อยมา จนได้มาจำพรรษาที่วัดเขาช่องชาด อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี เป็นที่สงบและเหมาะที่จะวิปัสสนากรรมฐาน เมื่อได้อยู่ที่นี่แล้วท่านก็ได้เห็นความเดือนร้อนของชาวบ้านที่ต้องขึ้นเขามาเพื่อถวายภัตตาหาร และเดินทางผ่านเขาช่องชาดที่เป็นถนนลูกรัง ท่านจึงดำริให้ชาวบ้านร่วมกันสร้างถนนข้ามเขาช่องชาดระยะทาง 3 กิโลเมตร โดยศิษยานุศิษย์ได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์เพื่อก่อสร้างถนนจนแล้วเสร็จ หลังจากสร้างถนนเสร็จแล้ว พระอุปัชฌาย์ได้ให้ท่านเปิดศูนย์วิปัสสนากรรมฐานในเขตอำเภอบ้านฝาง ในปีพ.ศ.2541 ท่านก็ได้มาตามคำบอกของพระอุปัชฌาย์และได้มาปักกลดที่ป่าช้าบ้านหนองเซียงซุย และเกิดนิมิตว่าที่นี่แหละเหมาะแก่การวิปัสสนากรรมฐาน จึงได้สร้างวัดขึ้นมาเป็นวัดป่าวิปัสสนาทรงธรรม ในปัจจุบัน


ร้านดอกไม้ มิสลิลลี่ บริการจัดดอกไม้ ส่งดอกไม้ทุกช่อ ทุกชิ้น ทั่วไทย ภายใน 24 ชั่วโมง มิสลิลลี่เป็นร้านดอกไม้ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย บริการส่งดอกไม้ส่งพวงหรีด ไปทุกแห่งทั่วไทย ไม่ว่าคุณอยากจะ ส่งดอกไม้ กรุงเทพฯ ส่งดอกไม้ ภูเก็ต ส่งดอกไม้ พัทยา ส่งดอกไม้ สมุย ส่งดอกไม้ เชียงใหม่ ส่งดอกไม้ อุดรธานี ส่งดอกไม้ นครราชสีมา ส่งดอกไม้ ชะอำ ส่งดอกไม้ หัวหิน ส่งดอกไม้ ระยอง ส่งดอกไม้ ชลบุรี หรือที่ไหนก็ตาม คุณสามารถมั่นใจได้ว่า ร้านดอกไม้ มิสลิลลี่สามารถ ส่งดอกไม้ ไปถึงมือผู้รับภายใน 24 ชั่วโมง ร้านดอกไม้ มิสลิลลี่ส่งดอกไม้ตรงจากสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ ผ่านทางรถประจำทาง รถตู้ รถไฟ เรือ หรือแม้กระทั่งเครื่องบิน ด้วยตัวแทนส่งดอกไม้ กว่า 1,000 คน ประจำอยู่ทุกอำเภอทั่วไทย ดอกไม้สดทุกช่อ จะยังคงความสดอยู่เมื่อถึงมือผู้รับ และหากได้รับการดูแลรักษาดอกไม้อย่างเหมาะสม ดอกไม้จะยังสดอยู่ได้นาน


มิสลิลลี่เป็นร้านดอกไม้ที่ไม่มีหน้าร้าน คุณสามารถสั่งดอกไม้ออนไลน์ หรือสั่งดอกไม้ทางโทรศัพท์ โดยโทรเข้าศูนย์บริการทางโทรศัพท์ของ ร้านดอกไม้ มิสลิลลี่ 02-970-8000 เปิดบริการวันจันทร์ - เสาร์ เวลา 8:00 - 19:00 น. คุณสามารถถามทุกอย่างเกี่ยวกับดอกไม้ เช่น ความหมายของดอกไม้ วิธีการดูแลรักษาดอกไม้ หรือการใช้ดอกไม้ในวาระโอกาสต่างๆ เช่น ดอกไม้แสดงความยินดี ดอกไม้รับปริญญา ดอกไม้ขอบคุณ ดอกไม้ขอโทษ ดอกไม้เยี่ยมไข้ ดอกไม้วาเลนไทน์ ดอกไม้วันแม่ หรือ ดอกไม้อวยพรปีใหม่ ฝ่ายจัดดอกไม้ของเรามีความชำนาญในการดูแลรักษาดอกไม้ และสามารถจัดดอกไม้ได้อย่างเป็นระเบียบ เรียบหรู ไม่ว่าจะเป็น ช่อดอกไม้ แจกันดอกไม้กระเช้าดอกไม้พวงหรีด กระเช้าผลไม้ หรือ กระเช้าของขวัญ สินค้าของเราได้รับการควบคุมคุณภาพภายใต้มาตรฐานสูงสุดเหมือนกันทุกชิ้น


หากคุณต้องการรู้เรื่องดอกไม้เพิ่มเติม สามารถอ่านได้ใน คำถามที่ถูกถามบ่อย หรือโทรหามิสลิลลี่ได้ที่ 02-970-8000